จากที่ Dr.MDX ได้นำเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับโรคหัวใจมาฝากคุณผู้ชายกันไปแล้ว และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “หัวใจ” เป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะหากหัวใจหยุดทำงานเราก็ไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้

คุณเคยลองสังเกตตัวเองเกี่ยวกับอัตราความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจกันบ้างหรือยัง รู้หรือไม่ว่าในแต่ละปีมีคนจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจส่วนใหญ่แล้วก็มาจากการกินอยู่ที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง

Dr.MDX จึงอยากแนะนำ 4 สมุนไพร ที่มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ สามารถปรุงเป็นอาหารจานโปรด ช่วยป้องกันโรคหัวใจกันแต่เนิ่นๆ กันไว้ก่อนดีกว่าแก้…ใช่ไหมครับ

กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ ในตำราการแพทย์โบราณได้กล่าวถึงกระเทียมว่ามีฤทธิ์ทางยาหลายชนิดด้วยกัน คุณสมบัติเด่นของกระเทียม อาทิ ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเลือด และยังมีการศึกษาอีกมากมายของกระเทียมกับสุขภาพ เช่น การรับประทานกระเทียมกับการลดความดันโลหิต ป้องกันการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด และยังเป็นสมุนไพรบำรุงหัวใจอันดับหนึ่งอีกด้วย กระเทียมกลีบเล็กๆ นี้ช่วยลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด หากใส่กระเทียมลงไปในอาหารที่มีน้ำมัน เช่น ผัดต่างๆ จะช่วยลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือดได้ถึงร้อยละ 50%

ขิง เป็นทั้งพืชสุมนไพรและเครื่องเทศ มีสรรพคุณด้านการรักษาโรคได้ เป็นสมุนไพรฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น และยังช่วยลดการก่อตัวของไฟบริน (fibrin) โปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำให้เลือดแข็งตัวหรือจับตัวเป็นลิ่มเลือดซึ่งจะไปอุดหลอดเลือด

พริก ในพริกขี้หนูไทยมีปริมาณสารแคปไซซินสามารถยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดทำให้มีเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นได้มากขึ้น นอกจากนั้นแคปไซซินยังมีส่วนเพิ่มการเคลื่อนไหว ของระบบทางเดินอาหารและที่น่าสนใจคือผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย กินทุกวันจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพราะทำให้การไหลเวียนเลือดสมดุล ช่วยบรรเทาอาการใจสั่น แต่อย่าปรุงจนรสจัดเกินไป

ใบแปะก๊วย แม้สมุนไพรชนิดนี้จะมีชื่อเสียงเรื่องสมอง แต่ก็มีรายงานว่า ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอยจึงช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้

ถึงเวลาแล้วที่ต้องหมั่นดูแลหัวใจให้เต้นอยู่กับเราไปนานๆ นอกจากดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและดูแลจิตใจให้สดใส เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณเป็หนุ่มผู้แข็งแรงทั้งกายและใจอย่างแน่นอน

ที่มา : http://bit.ly/2NXUxHq