หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคไส้เลื่อนมาบ้าง ว่าเป็นโรคที่มันมักจะเกิดขึ้นในผู้ชาย แต่อาจจะไม่รู้จักดีพอ และคิดว่าเกิดจากสาเหตุของการไม่สวมใส่กางเกงชั้นใน ดังนั้น วันนี้ Dr.MDX จะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากยิ่งขึ้นครับ

“ไส้เลื่อน (Hernia)” คือ ภาวะที่ลำไส้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาสู่ภายนอก สามารถไหลลงมาได้ทุกที่ครับ เช่น แผลผ่าตัด ช่องท้อง สะดือ ถุงอัณฑะ ขาหนีบ ซึ่งที่มาของภาวะไส้เลื่อนนั้น จะมาจากในท้องของคนเราที่มีลำไส้อยู่ด้วยกัน 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อกับกระเพาะอาหาร อีกส่วนหนึ่ง คือ ลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่รอบๆ ลำไส้เล็ก โดยจากองค์ประกอบดังกล่าวนั้นจึงทำให้ลำไส้มีที่อยู่ประจำของมันคืออยู่ในช่องท้องของเรานั่นเอง หากวันใดที่ลำไส้มีเหตุให้มันเปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่จึงเกิดโรคไส้เลื่อนนั่นเอง

สาเหตุที่ไส้ถึงเลื่อน!!!

  1. การผิดปกติตั้งแต่เกิด บางคนมีช่องทางระหว่างช่องท้องกับลูกอัณฑะ (ซึ่งคนปกติจะปิดสนิท) บางคนขาดกล้ามเนื้อหน้าท้องบางตัว หรือมีความอ่อนแอของผนังหน้าท้องตั้งแต่เกิด ทั้งนี้แม้แต่จะเป็นแต่เกิด แต่อาจจะมาก่อเรื่องเมื่ออายุมากแล้วก็ได้
  2. การเสื่อมลงตามอายุ พบในผู้สูงอายุ ซึ่งกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องอ่อนกำลังลง
  3. อุบัติเหตุที่หน้าท้อง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงหรือเกิดความเสียหายต่อผนังหน้าท้อง
  4. แรงดันในช่องท้องสูง จากการยกของหนัก ไอบ่อย เบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นประจำ จะทำให้แรงดันในท้องเพิ่มขึ้นและค่อยๆ ทำให้เกิดความอ่อนแอของผนังหน้าท้องมากขึ้นอย่างช้าๆ
  5. หลังการผ่าตัดช่องท้อง เนื้อเยื่อที่ถูกผ่าจะขาดความยืดหยุ่น และเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของหน้าท้อง หากช่วงพักฟื้นเกิดเหตุแทรกซ้อนกับแผล ก็จะทำให้เกิดไส้เลื่อนที่แผลผ่าตัดได้มากขึ้น

ไส้เลื่อนลงไข่ เป็นอาการที่มักพบบ่อยที่สุดในบรรดาไส้เลื่อนทั่วไปครับ จริงๆแล้วทางการแพทย์เรียกว่า ไส้เลื่อนตรงขาหนีบ (Inguinal hernia) และมักจะพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 25 เท่า ส่วนมากพบในวัยกลางคนจนถึงสูงอายุ

ไส้เลื่อน เกิดจากไม่ได้ใส่กางเกงในใช่หรือไม่ ????

นี่เป็นความเชื่อที่ผิด!!! ไส้เลื่อนไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่ได้ใส่กางเกงใน แต่อาจจะเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุด้วยกัน ดังนั้น หนุ่มๆ ที่ใส่แค่บ็อกเซอร์ก็วางใจได้ แต่ก็อย่าไปกระโดดโลดเต้นอะไรแรงๆ ให้กระทบกระเทือนหนักๆ ก็แล้วกันนะครับ

อาการของไส้เลื่อน มักไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บหรือปวด แต่หากปล่อยไวนานๆ อาจจะทำให้เป็นอันตรายได้ ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการได้ด้วยตัวเองได้ดังนี้ คือ มักพบก้อนเคลื่อนเข้าออก หรือพบก้อนที่ค้างตุงไม่เลื่อนไปมา อาจจะไม่ปวดเลยหรือปวดมากก็ได้ แต่ว่าจะมีอาการของลำไส้อุดตัน คือ จะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ผายลม เป็นต้น และพบการอักเสบของลำไส้ร่วมด้วย โดยมากมักพบในกลุ่มที่ก้อนเลื่อนมานานแล้วไม่กลับเข้าที่และมีอาการปวด ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ลำไส้ที่เกิดการติดค้างไว้โดยไม่ทำการรักษา ลำไส้อาจเกิดการบิดตัวอยู่ภายในถุงไส้เลื่อน หรือถูกบีบรัดจากถุงไส้เลื่อน ทำให้หลอดเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ถูกบีบรัดไปด้วย ลำไส้ก็จะขาดเลือดไปเลี้ยง และเกิดลำไส้เน่าตายตามมาได้

 

วิธีป้องกันให้ตัวเองห่างไกลจากไส้เลื่อน ทำได้โดยต้องหมั่นออกกำลังให้กล้ามเนื้อหน้าท้องด้านหน้าและด้านข้างแข็งแรง เนื่องจากไขมันในช่องท้องจะทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้น และทำให้ผนังช่องท้องยืดออก (บางลง)  การเลือกรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์หรือกากใยให้มากพอ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายนั้นดีขึ้นได้ เพราะการเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะมากๆ ก็มีส่วนที่ก่อให้เกิดภาวะไส้เลื่อนได้ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักที่รวดเร็วจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบๆ ช่องท้องบางและอ่อนแอลงไป

นอกจากนี้ผู้ชายตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไปที่ปัสสาวะยาก ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือปัสสาวะไม่พุ่ง ควรจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการว่าต่อมลูกหมากโตหรือไม่ เนื่องจากการเบ่งปัสสาวะนั้นจะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น  และส่วนใครที่กำลังสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไส้เลื่อนอยู่นั้น Dr.MDX ขอแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะลำไส้ที่ได้เคลื่อนที่ออกมาแล้วนั้น จะไม่สามารถเคลื่อนกลับไปอยู่ในที่เดิมได้ นอกจากจะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดแก้ไขเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “ไส้เลื่อนลงไข่ เกิดจากไม่ใส่กางเกงในจริงหรือ?”
  2. บทความเรื่อง “ไส้เลื่อน อาการควรระวัง ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็เป็นได้”