มีหลายสิ่งที่ทำให้นกเขาไม่ขัน ซึ่งเพื่อนๆ อาจจะยังไม่รู้มาก่อน เพราะอาการนกเขาไม่ขันนั้น มันเป็นเรื่องที่ตลกไม่ออกจริงๆ ซึ่งตามหลักการแล้วอาการของนกเขาไม่ขันนั้นจะเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ระบบการไหลเวียนโลหิตที่ทำงานได้ไม่ปกติ และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน   แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบไหลเวียนโลหิต และระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด และการขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น แต่รู้หรือไม่? ยังมีอีกหลายๆ สาเหตุที่รบกวนการขันของนกเขา ซึ่งเพื่อนๆ เองอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน!!!

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เราอาจไม่รู้ตัว

  1. ใบเสร็จ: ก็ใบเสร็จที่พวกเราจับอยู่ทุกวันนี่แหละครับ อีกหนึ่งปัจจัยเลยที่ทำให้นกเขาไม่ขัน เพราะในกระดาษใบเสร็จและหมึกที่ใช้จะมีสาร bisphenol-A (BPA) ซึ่งเป็นสารเดียวกับสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์ที่นิยมทั่วไปในการทำขวดพลาสติกต่างๆซึ่งการศึกษาของนักวิจัยพบว่า สารบีพีเอจะขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ และขัดขวางการเจริญของระบบสืบพันธ์  อีกทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย ไม่เพียงแค่ใบเสร็จจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงใบเสร็จ ATM หรือแม้แต่ล็อตเตอร์ลี่ ก็ล้วนแล้วแต่มีสาร BPA ทั้งนั้น
  2. วางโน้ตบุ๊ไว้บนตัก: ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พกพา เป็นสิ่งสำคัญกับคนในยุคปัจจุบัน เพราะต้องใช้ทำงานหรือเช็กข่าวสารต่างๆ แต่ก็มีบางคนที่มักวางโน้ตบุ๊กไว้บนตักหรือหน้าขา เพราะว่าสะดวกในการใช้งานนั่นเอง แต่ ดร.แฮร์รี่ ฟิสช์ กล่าวว่า ไม่ควรวางโน้ตบุ๊กไว้บนตัก เนื่องจากความร้อนที่ปล่อยออกมา จะไปทำลายสเปิร์มและฮอร์โมนเทสเทสโทสเตอโรน ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการนกเขาไม่ขันได้ ดังนั้น ทางทีดีก็ขอแนะนำว่าอย่านำโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พกพามาวางไว้บนตักนานๆ หรืออย่าเอาโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋ากางเกงข้างๆน้องชายของคุณเลย ระวังเอาไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไร
  3. ขนมหวาน: การบริโภคน้ำตาลที่อยู่ในขนมและเครื่องดื่มต่างๆ ในปริมาณมากนั้น ย่อมส่งผลทำให้น้ำตาลกลูโครสในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และจะกระตุ้นการหลั่งสารอีซูลีน ซึ่งนั่นก็ส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอร์โรนของเราได้อีกเช่นกัน
  4. ถั่วเหลือง : ถั่วเหลืองเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้อารมณ์ทางเพศของผู้ชายลดลงได้ ถึงอย่างไรก็ตามถั่วเหลืองก็มีประโยชน์มากกว่าการให้โทษ ดังนั้นผู้ชายก็ยังสามารถรับประทานถั่วเหลืองสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปได้
  5. การวิ่งหรือการออกกำลังกายที่มากจนเกินไป: การวิ่งเยอะๆ หนักๆ ก็กระทบต่อการผลิตฮอร์โมนไปถึง 17% จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยในโคลัมเบียพบว่า การวิ่งในระยะทางไกลมากๆ อาจจะสามารถไปรบกวนการสื่อสารของระบบสมองและระบบการสร้างฮอร์โมนได้เช่นกัน
  6. อุปกรณ์ช่วยลดและบรรเทาอาการบาดเจ็บต่างๆจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย: การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสมกับการเล่นกีฬาที่ต้องมีการกระทบกระทั่งในจุดสำคัญ เพราะกีฬาบางชนิดอย่างเช่น การปั่นจักรยานทางไกล หรือการขี่ม้านั้น จำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันหรือช่วยลดแรงกระแทกจุดสำคัญของผู้ชายให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
  7. การใช้ยาบางชนิด: ยาบางชนิดมีส่วนทำให้น้องชายไม่แข็งแรงได้อย่างที่เราไม่รู้ตัว เพราะมันส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต และฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย ดร.แฮร์รี่ ฟิสช์ จาก Weill Cornell Medical College ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่ามีตัวยาหลายชนิดที่ส่งผลข้างเคียงทำให้ผู้ชายมีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะสืบพันธุ์ จนถึงขั้นเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้เลยทีเดียว เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า, ยาลดความดันโลหิตสูง และยาปลูกผม เป็นต้น เพราะยาเหล่านี้มีส่วนผสมบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนมากเกินไปนั่นเอง คนที่ใช้ยาเหล่านี้จึงอาจประสบปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว แข็งตัวช้า หรือหลั่งเร็วได้ ดังนั้น ก่อนจะใช้ยาใดๆ จำเป็นต้องศึกษาให้ดีและอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  8. ควรแปรงฟันให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ: ในปี 2012 นักวิจัยจากInonu University ประเทศตุรกี เผยว่า ผู้ชายที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักเป็นโรคเหงือกอักเสบมากกว่าคนปกติ ไม่เพียงเท่านี้ British Dental Health Foundation รายงานว่า ผู้ชาย 5 คนที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว จะพบว่ามี 4 คนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า การแปรงฟันไม่สะอาด ทำให้เกิดฟันผุและมีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ในช่องปาก ซึ่งแบคทีเรียเหล่านั้นจะซึมเข้าไปในกระแสเลือดเพื่อขัดขวางการไหลเวียนของเลือด จนส่งผลให้เกิดปัญหาที่อวัยวะเพศนั่นเอง ฉะนั้น ควรแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  9. เสียงของเด็กทารก: จากการศึกษาของ Notre Dame และมหาวิทยาลัย Northwestern พบว่า การนอนหลับใกล้เด็กทารกมากๆ หรือการที่ผู้ชายอย่างเราต้องนอนกับลูกบนเตียงเดียวกัน ก็มีผลต่อการลดการผลิตฮอร์โมนเทสโตสเทอร์โรนไปถึง 7% เพราะเสียงทารกอาจจะรบกวนการผลิตฮอร์โมนได้นั่นเอง
  10. การหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน: เหตุผลที่การหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำให้ไม่ได้รับวิตามิน D ซึ่งวิตามิน D มีส่วนช่วยโดยตรงในการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน หากขาดวิตามิน Dไป ร่างกายของผู้ชายจะผลิตฮอร์โมนลดลงถึง 20% เลยทีเดียว  ดังนั้น ออกไปรับแสงแดดบ้าง อย่างน้อยๆเพียงแค่ 15 นาทีต่อวัน

นี่คือทั้งหมดที่ Dr.MDX ได้รวบรวมข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ ให้ได้ทราบกัน เพื่อเป็นการป้องกันสิ่งที่ทำให้ผู้ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศโดยที่อาจจะยังไม่รู้ตัวมาก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ใช่ว่าเราจะต้องหลีกเลี่ยงไปซะทั้งหมดทุกข้อ เดี๋ยวจะกลายเป็นโรควิตกจริตกันพอดี เพราะในหลายๆข้อก็อาจเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพร่างกายขั้นพื้นฐานนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้เรามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้เช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้น้องชายของเราไม่เสื่อมไวตามไปด้วยนั่นเองครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “8 สิ่งที่คุณคิดไม่ถึง อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นกเขาไม่ขัน!!”
  2. บทความเรื่อง “7 พฤติกรรมที่ทำให้ “เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ” โดยไม่รู้ตัว”
  3. บทความเรื่อง “8 เคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยให้ผู้ชายเลิกกังวลเพราะปัญหานกเขาไม่ขัน”