แม้จะเป็นกิจวัตรยามเช้าที่เหล่าชายหนุ่มคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่คำถามที่พบบ่อยและมีมาอย่างไม่ขาดสายคือ “โกนหนวดยังไงถึงไม่เป็นสิวครับ?” “มีวิธีโกนหนวดง่ายๆ ไหมครับ” “อัฟเตอร์เชฟจำเป็นไหมครับ” เมื่อถามมาแบบนี้ เราจึงรวบรวมเคล็ดลับการโกนหนวดที่มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่จะบอกต่อกันได้แบบ Shaving Hack!

1. อุปกรณ์พร้อม – ไม่ว่าคุณจะเป็นสิงห์ใบมีดหรือถนัดเครื่องโกนหนวด อุปกรณ์จำเป็นต้องมีความพร้อม คือสะอาดและคมกริบ การใช้ใบมีดในครั้งที่ 15 ขึ้นไปไม่เป็นการดีสำหรับผิวหน้า เพราะใบมีดจะเริ่มบิ่นเป็นรอยเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นและไม่สามารถโกนหนวดได้อย่างหมดจดในครั้งเดียว จงรีบเปลี่ยนใบมีดใหม่เพื่อให้ได้ลุคที่เฉียบคม หรือหากใช้เครื่องโกนหนวด การล้างทำความสะอาดใบมีดอย่างถูกต้องคือล้างด้วยน้ำเปล่าทุกวัน ผึ่งให้แห้ง และแช่ใบมีดในแอลกอฮอล์ที่สลายคราบไขมันที่เกาะอยู่บนใบมีดก็จะช่วยรีเฟรชใบมีดให้มีประสิทธิภาพในการโกนหนวดได้เป็นอย่างดี

2. ผิวและหนวดพร้อม – การโกนหนวดยามเช้าที่ผิวพึ่งตื่นพร้อมคุณลืมตา หนวดก็เหมือนเส้นผมที่รูขุมขนจะผลิตไขมันออกมาบำรุง และทำให้เส้นขนแข็งแรง การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยและปาดโฟมโกนหนวดทิ้งไว้อย่างน้อย 30 วินาที จะช่วยให้เส้นขนอ่อนตัวลงและโกนได้อย่างง่ายดาย โดยผลิตภัณฑ์สำหรับโกนหนวดนั้นมีความแตกต่างกันดังนี้

  • โฟมโกนหนวด – สะดวกที่กดปุ๊บได้ฟองโฟมแน่น ถ้าใบหน้าเปียกให้ลูบไล้ไปบริเวณที่ต้องการโกนหนวดได้เลย แต่ถ้าใบหน้าแห้ง ผสมน้ำสักเล็กน้อยแล้วลูบไปบริเวณที่ต้องการโกนหนวดเพื่อช่วยให้โฟมเข้าถึงทุกเส้นขนและไปช่วยละลายเคลือบผิวทำให้โกนหนวดได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • สบู่โกนหนวด – มีความคล้ายโฟมโกนหนวด แต่จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้น้อยกว่าเพราะไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ใช้ร่วมกับแปรงโกนหนวดเพื่อจับฟองและเกลี่ยให้เส้นขนยกโคนง่ายต่อการโกน
  • เจลหรือครีมโกนหนวด – สำหรับผิวระคายเคืองง่าย หรือผิวเป็นสิว แต่จะใช้ได้กับที่โกนหนวดแบบปกติเท่านั้นไม่สามารถใช้กับเครื่องโกนหนวดได้ ข้อดีคือมีส่วนผสมที่ช่วยเคลือบผิวทำให้การโกนหนวดไม่ทำร้ายผิวที่ระคายเคืองง่าย
  • โลชั่นโกนหนวด – สำหรับผิวระคายเคืองง่าย ใช้ร่วมกับเครื่องโกนหนวด เพื่อให้ผิวสัมผัสมีความลื่นขึ้นอีกทั้งยังเป็นการทำให้เส้นขนอ่อนตัวง่ายต่อการโกน

3. ทิศทางการโกนหนวด – ไม่มีกฎตายตัวสำหรับทิศทางการโกนหนวด แต่หากคุณประสบปัญหาขนคุดหรือเป็นสิวที่บริเวณคางอยู่บ่อยๆ ทิศทางการโกนควรเริ่มโกนจากบนลงล่างและไม่ย้อนแนวเส้นขน เพื่อไม่ให้รูขุมขนเปิดจนเกินไป ก็จะช่วยลดการเกิดสิวและอาการระคายเคืองได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังอยากบอกด้วยว่า ความเชื่อที่ว่าโกนหนวดย้อนขึ้นนั้นจะหมดจดเกลี้ยงเกลากว่านั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด เพราะหากใช้ใบมีดที่คมและเตรียมเส้นขนก่อนโกนหนวดดี ๆ ก็ช่วยให้เกลี้ยงเกลาเหมือนกัน

4. อัฟเตอร์เชฟนั้นสำคัญ – ผิวที่ผ่านการโกนหนวดมาสดๆ ร้อนๆ จะมีแผลเล็กๆ ที่ตาเรามองไม่เห็น (ในกรณีที่ไม่ได้โกนพลาด) ซึ่งแผลเหล่านั้นง่ายต่อการติดเชื้อหรือมีอาการอักเสบตามมา อัฟเตอร์เชฟที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะช่วยฆ่าเชื้อ อีกทั้งกระชับรูขุมขนหลังการโกนหนวด ในบางผลิตภัณฑ์ก็มีส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น เคลือบชั้นผิวและลดอาการระคายเคืองหลังโกนหนวดได้เป็นอย่างดี

5. ความถี่ที่เหมาะสม – อีกปัจจัยที่การโกนหนวดจะเป็นเรื่องง่ายคือความสม่ำเสมอ หากต้องการลุคที่เกลี้ยงเกลาอยู่ตลอดเวลา เราสามารถเลือกใช้มีดโกนโกนหนวดสลับกับการใช้เครื่องโกนหนวดตกแต่งเมื่อเริ่มมีหนวดขึ้นสัก 2 วัน ทำซ้ำได้เรื่อยๆ จนรู้สึกว่าหนวดขึ้นเป็นบริเวณกว้างและดูไม่สม่ำเสมอก็ให้โกนหนวดด้วยมีดโกนหนวด

6.  ผิวบอบบางจากฮอร์โมน – หากคุณเคยได้ยินเรื่องที่ผู้หญิงมักเป็นสิวรอบริมฝีปากในช่วงมีรอบเดือน ผู้ชายก็เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้ได้เหมือนกัน ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ แฮงค์โอเวอร์ หรือผ่านศึกหนักบนเตียงเมื่อคืนจนรู้สึกเพลีย ระดับฮอร์โมนที่ไม่คงที่ก็มีผลต่อการเกิดสิวได้ง่าย และการโกนหนวดจะไปกระตุ้นให้ผิวบริเวณรอบริมฝีปากอักเสบและเป็นสิวได้นั่นเอง

7. ผลิตภัณฑ์เสริม – ในผิวที่บอบบางหรือไวต่อสัมผัสมากๆ การมีผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบน้ำอุ่นประคบไว้ก่อนก็ช่วยให้โกนหนวดได้ง่ายขึ้น หรือการมียาแต้มสิวในกลุ่มคลินดามัยซิน ไว้แต้มบริเวณที่รู้สึกว่าจะเป็นสิวหลังโกนหนวด ก็ช่วยป้องกันและลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณ: GQ Magazine Thailand