การทำงานหนัก เครียด นอนน้อย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และเผชิญกับแสงแดด มลภาวะ คือตัวการที่ทำร้ายคุณ โดยที่บ่อยครั้งคุณเองก็แทบไม่รู้ตัว

เมื่อบวกกับอายุที่เริ่มมากขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณ โดยคุณจะเริ่มอ่อนล้า เพลีย ผมร่วง  หน้าดูอิดโรย ไม่สดชื่น ขั้นต่อไปคือ ใบหน้าจะเริ่มโทรม หมองคล้ำ ริ้วรอยเห็นชัด โดยเฉพาะตรงมุมปาก และหางตา ผิวที่แก้มหย่อนคล้อย หน้าดูใหญ่ และบาน พร้อมรูขุมขนที่กว้าง และจุดด่างดำ จากการทำร้ายของแสงแดด และมลภาวะรอบตัว

ทั้งหมดคือสิ่งที่บ่งบอกว่า “คุณได้แก่ขึ้นแล้ว” และสามารถดูแก่กว่าอายุจริงได้มากถึง 10 ปี สิ่งที่คุณทำได้ คือการปรับการใช้ชีวิตให้สมดุล

บทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระ

ทำไมการที่สารต้านอนุมูลอิสระสามารถป้องกันหรือกำจัดอนุมูลอิสระได้จึงมีความสำคัญ มีงานวิจัยมากมายบ่งชี้ว่า สารต้านอนุมูลอิสระสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหลายโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง (เช่น อัลไซเมอร์) เป็นต้น รวมทั้งช่วยชะลอกระบวนการบางขั้นตอนที่ทำให้เกิดความแก่โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็วหรือมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดทัน อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สารต้านอนุมูลอิสระลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ 2 ทาง คือ

1. ลดการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกาย
2. ลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

แม้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระไม่สามารถแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สามารถชะลอให้ความเสียหาย เกิดช้าลงได้โดยเฉพาะโรคเรื้อรังซึ่งเป็นผลลัพธ์สะสมที่เกิดจากเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำอันตรายและเสียหายเป็นปีๆ (โดยมากเป็นเวลาหลายสิบปี) เห็นได้จากการรวบรวมความชุกของโรคว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นมากในผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ ดังนั้นบุคคลทุกเพศทุกวัยจึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระให้พอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระ และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น

 สนับสนุนข้อมูลโดย   Formula M อาหารเสริมเพื่อไลฟ์สไตล์ผู้ชาย