สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นสายตี้ (ปาร์ตี้) ไม่ว่าจะเป็นฉลองสอบเสร็จ เรียนจบ ฉลองได้งาน เลื่อนตำแหน่ง ฉลองงานแต่งงาน ไปจนถึงอาการอกหักรักคุด ก็เป็นเหตุให้ปาร์ตี้ได้ทั้งนั้น และคงจะไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านอาการ “เมาค้าง” หรือที่เรียกว่า “แฮงค์” (Hangover) ที่หมายถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนักหน่วง จนปวดหัว มึนตึ้บ รู้สึกผะอืดผะอม คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย จนตื่นนอนกันแทบไม่ไหว ถ้าเป็นวันธรรมดาก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงาน แต่ถ้าหากเป็นวันหยุดก็ต้องนอนซมอยู่กับบ้าน แทนที่จะได้ออกไปเล่นกีฬา ช้อปปิ้ง หรือทำงานอดิเรกที่อยากจะทำ และถ้ายิ่งปล่อยให้อาการเมาค้างแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ด้วยแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้เสียการเสียงานก็เป็นได้ บทความนี้ Dr.MDX จึงได้ทำการรวบรวมเคล็ดลับแก้อาการเมาค้าง หรือแก้แฮงค์ อย่างถูกวิธีมาฝากเพื่อนๆ สายตี้กันครับ

  1. ห้ามดื่มเพื่อถอน

เพื่อนๆ คงนึกถึงเพลงฮิต “จั่งซี้มันต้องถอน” ที่พูดถึงวิธีการแก้เมาค้างด้วยการดื่มเพิ่มเข้าไปอีก ประมาณหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ซึ่งการทำตามในเนื้อเพลงนี้ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง เพราะว่ามันจะยิ่งเป็นการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งไม่แนะนำให้ทำตามโดยเด็ดขาด

  1. ดื่มกาแฟสักแก้ว

กาแฟเป็นสูตรแก้แฮงค์ที่ได้รับความนิยมจากนักดื่มทั่วโลก ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะไม่ได้มีฤทธิ์ในการเยียวยาร่างกายจากอาการเมาค้างได้โดยตรง แต่คาเฟอีนอาจจะช่วยลดอาการมึนงง วิงเวียนศีรษะจากอาการแฮงค์ได้บ้าง เพราะคาเฟอีนในกาแฟช่วยเพิ่มความดันในกระแสเลือดทำให้แอลกอฮอล์ออกจากกระแสเลือดได้เร็วขึ้น และยังกระตุ้นให้ฟื้นจากอาการมึนและปวดหัวได้อีกด้วย แต่ต้องไม่ลืมดื่มน้ำเปล่าตามให้มากๆ หน่อยนะครับ เพราะการดื่มกาแฟอาจทำให้ปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งในขณะที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากกว่าเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าตามในปริมาณมากๆ จึงเป็นการเพิ่มความสดชื่นและเติมน้ำให้แก่ร่างกายนั่นเอง

  1. ไข่ลวก หรือไข่ต้ม เมนูเด็ดสำหรับแก้แฮงค์

เมนูไข่ธรรมดาๆ อย่าง ไข่ลวก หรือไข่ต้ม สามารถเป็นตัวช่วยแก้อาการแฮงค์ได้ชั้นยอด เพราะไข่นั้นประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลากหลายชนิด และหนึ่งในนั้นก็คือ กรดอะมิโนที่มีชื่อว่า Crysteine (ซิสเทอีน) และ Taurine (ทอรีน) โดยซิสเทอีน จะช่วยสลายพิษซึ่งเกิดจากแอลกอฮอลที่มีชื่อว่า Acetaldehyde หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว และทอรีน จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับให้ดีขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตับ ลดอัตราเสี่ยงการก่อให้เกิดโรคตับต่างๆ ได้อีกด้วย

  1. กินกล้วย…ช่วยได้

การทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองแก่กระเพาะอาหารภายหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปได้ แต่ “กล้วยหอม” เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและอุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียม สุดยอดอาหารอีกชนิดหนึ่งของนักดื่ม เพราะสามารถช่วยเยียวยาอาการเมาค้างได้อย่างชะงัด ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ก็จะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น และเมื่อปัสสาวะบ่อยขึ้น ร่างกายก็จะขับโพแทสเซียมออกมาทางปัสสาวะนั้นเอง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ซึ่งโพแทสเซียมที่อยู่ในกล้วยหอมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อต่างๆ ซึ่งรวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ เป็นตัวช่วยคงความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และป้องกันภาวะขาดน้ำ แถมกล้วยหอมยังช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้ดีอีกด้วย

  1. หลีกเลี่ยงยาแก้ปวด

อาจจะต้องหลีกเลี่ยงการทานยาแก้ปวดหัวจำพวกพาราเซตามอลไปก่อนเลย เพราะนักวิทยาศาสตร์บอกกันมาเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า ยาแก้ปวดกลุ่ม Acetaminophen หรือพาราเซตามอล ถ้าเข้าไปผสมกับแอลกอฮอล์ในร่างกายไม่ว่าจะเป็นการกินก่อน หรือกินหลังจากการดื่ม มันจะเข้าไปก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่มีผลร้ายแรงต่อตับได้

  1. ออกกำลังกายเบาๆ

ควรนอนพักผ่อนต่ออีกสักระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรนอนจมอยู่บนเตียงทั้งวัน เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกมึนหัวเข้าไปอีก ดังนั้น จึงควรจะลุกขึ้นมาจากเตียง ขยับแข้งขยับขาออกกำลังกายเบาๆ บ้าง เช่น การออกไปเดินรอบๆ บ้าน หรือลุกขึ้นเดินไปเดินมา ขึ้นลงบันได ก็น่าจะเพียงพอแล้ว มันอาจจะดูเป็นวิธีแก้เมาค้างที่ไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย แต่มันค่อนข้างช่วยได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อเรามีการเคลื่อนไหวร่างกาย ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายของเราก็จะเริ่มขยับขยายตามไปด้วย นั่นหมายรวมถึงระบบเมตาบอลิซึ่มหรือระบบเผาผลาญในร่างกายของเราที่จะทำงานเยอะขึ้นไปด้วย และมันก็จะทำให้ร่างกายของเราสามารถขับพิษร้ายจากแอลกอฮอล์ได้เร็วขึ้นไม่มากก็น้อย ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลดลง ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆและก็ไม่ได้มีธุระสำคัญที่จะต้องออกไปไหน…ก็นอนเถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระต่อตัวเองและต่อสังคม

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์เป็นการทำร้ายร่างกายอย่างช้าๆ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อีกมากมาย  แถมยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรมได้อีกด้วย ซึ่งหากเพื่อนๆ มีความจำเป็นที่จะต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Dr.MDX ก็ขอแนะนำให้ดื่มกันด้วยความระมัดระวังและมีสติ คิดถึงตัวเอง คิดถึงคนที่เพื่อนๆ รักกันเข้าไว้ รู้ลิมิตของตัวเองว่าดื่มเท่าไรควรจะพอหรือควรจะหยุด พร้อมทั้งควรหาเพื่อนสนิทที่สามารถคอยช่วยเหลือดูแลยามเมามายไม่ได้สติ และที่สำคัญที่สุดก็คือ “เมาไม่ขับ” เด็ดขาดนะครับ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “7 วิธีลดอาการ “เมาค้าง” หรือ “แฮงค์” แนะนำโดย ม. ฮาร์วาร์ด”
  2. บทความเรื่อง “9 วิธีแก้เมาค้าง”
  3. บทความเรื่อง “7 วิธีแก้เมาค้างสำหรับคนที่ต้องลุกไปทำงานตอนเช้า”
  4. บทความเรื่อง “8 ตัวช่วยแก้เมาค้าง”
  5. บทความเรื่อง “30 วิธีแก้เมาค้าง & เคล็ดลับป้องกันอาการเมาค้างแบบขั้นเทพ !!”
  6. บทความเรื่อง “5 วิธีแก้เมาค้าง ได้ผลจริง ปาร์ตี้หนักแค่ไหนก็สบาย!”
  7. บทความเรื่อง “โพแทสเซียม โปแตสเซียม (Potassium)”
  8. บทความเรื่อง “กล้วยรักษาโรคกระเพาะได้”